[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.thaishop.in.th

    ร้านค้านี้ ได้จดทะเบียนแสดงตัวตน ที่ thaishop.in.th แล้ว              ป้าเบญ 2.jpg
 

  

September 11, 2010, 2:18 am

สถิติทั่วไป


เปิดร้านเมื่อ 02/03/2010

ปรับปรุงร้านล่าสุด 10/09/2010

จำนวนสินค้า 85

ผู้เข้าชมทั้งหมด



สินค้า


สินค้าทุกหมวดหมู่



เมนูหลัก



สมาชิกเข้าระบบ


ผู้ซื้อสินค้าเข้าระบบ
ชื่อใช้งาน:
รห้สผ่าน:
ลืมรหัสผ่าน?


utility

จัดเก็บเว็บนี้
จัดเก็บหน้านี้
ตั้งเว็บนี้ให้เป็นหน้าแรก
แนะนำบอกต่อเพื่อน
แจ้งการชำระเงิน
เครื่องคิดเลข
  
คลิ๊กที่ดาวเพื่อให้คะแนนร้านค้านี้
  • คะแนนโหวต 4.7 /5 ดาว
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
คะแนนโหวต : 4.7 / 5 ดาว (23 โหวต)


POWER BY
สมัครเปิดร้านค้าฟรี



ข่าวสารร้านค้า
20/04/2010 09:42:59
สาเหตุที่ลูกกินยาก และ ไม่อยากกิน

20/04/2010 09:49:55
นิทาน..เรื่องต้นแอปเปิ้ล กับ เด็กน้อย..(ดีมากๆ)

03/06/2010 12:22:14
Transfer Effect มหัศจรรย์กลไกสมอง

17/06/2010 13:17:06
เรื่องที่ต้องบันทึก “ยามลูกป่วย” ก่อนถึงมือหมอ

17/06/2010 13:25:38
A-Z เกมสนุกเล่นในบ้าน

17/06/2010 13:27:42
4 วิธี รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ!

17/06/2010 13:30:44
ลูกเรา น้ำหนักตัวน้อยหรือเปล่า

17/06/2010 13:34:40
กระตุ้นลูกคิดด้วย 5 กิจกรรม

17/06/2010 13:39:42


17/06/2010 13:49:07
ถอดรหัสอัจฉริยะ สร้างพัฒนาการลูกน้อยในช่วง 3 ขวบปีแรก

17/06/2010 13:53:14
เลี้ยงลูกเพิ่มไอคิวอีคิวเด็ก70% เล่านิทานกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

17/06/2010 13:57:05
เคล็ดลับความฉลาด คือสิ่งแวดล้อม

29/06/2010 12:25:04
การเลือกนิทานสำหรับเด็ก

29/06/2010 12:27:42
สอนลูกอย่างไร ให้ทำการบ้านทุกวัน

02/07/2010 09:45:23
วิธีฝึกนิสัยการกินที่ดีให้ลูก


ข้อมูล

ผู้สนับสนุน

เพื่อนบ้าน



17/06/2010 13:27:42

4 วิธี รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ!

4 วิธี รักวัวให้ผูก รักลูกให้ทำโทษ! (Mother & Care)
          วัยเด็กเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ พ่อแม่จึงมีหน้าที่คอยดูแลเอาใจใส่และให้บทเรียนแก่ลูกเมื่อลูกทำผิดพ่อแม่หลายๆ คนมักมีความกังวลว่าควรจะอบรมสั่งสอนอย่างไร เพื่อไม่ให้ดูรุนแรงหรือหละหลวมเกินไป เรามีข้อแนะนำดีๆ ในการอบรมลูกน้อยเมื่อเขาทำผิดมาฝากกันค่ะ

 

1. Time out
          เมื่อลูกทำผิดให้พาไปในที่เงียบๆ ไม่มีสิ่งดึงดูดความสนใจ เพื่อให้เขาได้ทบทวนการกระทำของตัวเอง โดยระยะเวลาอาจขึ้นอยู่กับอายุของลูก เช่น 1 นาทีต่อ 1 ขวบ หรือจนกว่าลูกจะสงบสติอารมณ์ลงได้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเองได้ดีและยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น

 

2. สอนและตักเตือนด้วยวาจา

      ไม่ใช้การบ่นหรือการดุด่า แต่เป็นการบอกให้ลูกทราบถึงเหตุและผลว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้องอย่างไร และแนะนำสิ่งที่ถูกที่ลูกควรทำควรเป็นอย่างไร อาจใช้น้ำเสียงที่เรียบๆ แต่หนักแน่นจริงจัง เพื่อให้ลูกรู้ว่าพฤติกรรมนั้นไม่เหมาะสม สมควรได้รับการแก้ไข และที่พ่อแม่เตือนก็เพราะไม่อยากเห็นลูกทำผิดไม่ใช่เพราะโกรธหรือไม่รัก

 

3. ส่งสัญญาณเตือนก่อน

          หากลูกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พ่อและต้องต้องส่งสัญญาณเตือนให้ลูกหยุดพฤติกรรมดังกล่าว ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องมีการจัดการกับพฤติกรรมของเขาโดย การเตือน อาจใช้น้ำเสียงที่เข้มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกรับรู้ถึงสัญญาณอันตรายที่ซ่อนอยู่ ทำให้ลูกมีโอกาสแก้ตัวหรือเตรียมตัวเตรียมใจหากต้องถูกลงโทษ

 

4. ทำโทษด้วยการตี

          วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย หากหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากวิธีนี้ หากมีเหตุผลไม่เพียงพอหรือทำไปด้วยอารมณ์โกรธ ผลที่ได้จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้น การตีลูกจะต้องคำนึงถึงหลักดังนี้

 

  อย่าตีพร่ำเพรื่อ การตีลูกไม่จำเป็นต้องตีบ่อยๆ เพราะเด็กที่โดนตีบ่อย มีแนวโน้มที่จะเกเรและต่อต้านมากยิ่งขึ้น ดังนั้น พฤติกรรมบางอย่างที่สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องลงไม้ลงมือ เช่น การร้องไห้โวยวายการปัสสาวะรดที่นอน ใช้การตักเตือนก็เพียงพอ

 

  การตีแรงๆ หรือการตีโดยใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง จะทำให้ลูกรู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้พ่อแม่ ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องระมัดระวังอย่าใช้กำลังกับลูกมากเกินไป และควรจะตีเมื่อลูกทำผิดเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สอง ทั้งๆ ที่พ่อแม่ได้ตักเตือนไปแล้ว จึงจะเป็นการตีที่สมเหตุสมผล

 

  การใช้ไม้เรียว เข็มขัด หรือไม้แขวนเสื้อตีลูก จะเป็นการทำให้ลูกบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ลูกจะรู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนก สิ่งที่ตามมาคือลูกจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นความผิด แต่คิดว่าพ่อแม่ใช้กำลังกับเขา

 

  อย่าตีลูกต่อหน้าคนอื่น การตีลูกต่อหน้าคนอื่นจะทำให้ลูกอับอายและเสียหน้า วิธีจัดการเมื่อลูกทำตัวไม่น่ารักขณะมีผู้อื่นอยู่ด้วย ให้พ่อแม่ใช้วิธีเตือนด้วยเสียงเข้มๆ ก่อน หากเขาไม่หยุดก็ให้พาลูกแยกออกไปสักพักแล้วค่อยลงโทษ

 

          การที่พ่อแม่จะอบรมสั่งสอนลูก สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การระงับสติอารมณ์และใช้เหตุผลให้มาก และพ่อแม่ก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กๆ ได้เห็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพราะเด็กจะซึมซับพฤติกรรมของคนรอบข้างได้เร็ว และเมื่อลูกทำสิ่งที่ดี พ่อแม่ก็ต้องไม่ลืมที่จะให้กำลังใจเพื่อให้ลูกมีกำลังใจที่จะทำดีต่อไปค่ะ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ฉบับเดือนมิถุนายน 2552



 


Your Comany Name © 2005
  หน้าแรก   |   เกี่ยวกับเรา   |   ติดต่อเรา   |   วิธีชำระเงิน   |   เพื่อนบ้าน   |   เว็บบอร์ด  

Power by http://www.thaishop.in.th ฟรีร้านค้าออนไลน์